
ถ้าคุณกำลังมองหาระบบชั้นวางที่ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ ใช้งานสะดวก และไม่ต้องให้รถยกวิ่งเข้าไปลึกในแร็ค ชื่อของ Push Back Rack น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่คุณอาจจะเคยได้ยินมาบ้างค่ะ
แต่ถ้าคุณเองก็ยังสบสนอยู่บ้างว่า…
- Push Back Rack มีกี่แบบ?
- แล้วแบบไหนต่างจากแบบไหน?
- คลังของเราควรเลือกใช้ระบบไหนดี?
งั้นเราจะขอพาคุณไปทำความเข้าใจ Push Back Rack กันดีกว่า ว่าคืออะไร และควรเลือกใช้อย่างไร
Push Back Rack คืออะไร
Push Back Rack คือระบบชั้นวางพาเลทที่ทำงานแบบ เข้าก่อน–ออกทีหลัง (LIFO) โดยรถยกจะทำงานแค่ด้านหน้าแร็คเท่านั้น เวลาเก็บของก็ “ดัน” พาเลทใหม่เข้าไป พาเลทเดิมจะถอยหลังเข้าไปตามระบบรางหรือรถเข็น และเมื่อเบิกของออก พาเลทด้านในจะเลื่อนกลับออกมาด้านหน้าเอง
จุดเด่นหลักของ Push Back Rack คือ
- รถยกไม่ต้องวิ่งเข้าไปในช่องแร็ค
- ลดความเสี่ยงจากการชนโครงสร้าง
- ใช้พื้นที่แนวลึกได้คุ้มกว่าชั้นวางทั่วไป
โดยทั่วไป สามารถแบ่งออกได้ 2 ระบบหลัก ๆ คือ ระบบรางเลื่อน (Roller System) และ ระบบรถเข็น (Cart System)
ระบบที่ 1: Push Back Rack แบบรางเลื่อน (Roller System)

ระบบรางเลื่อนเป็นรูปแบบที่หลายคลังคุ้นเคยมากที่สุด โครงสร้างจะเป็น รางลูกกลิ้งที่มีความลาดเอียงเล็กน้อย
โดยหลักการทำงาน คือ การจัดเก็บพาเลทจากด้านหน้าแร็ค โดยเมื่อวางพาเลทใหม่เข้าไป พาเลทนั้นจะดันพาเลทที่อยู่ก่อนหน้าให้เลื่อนถอยเข้าไปด้านหลังตามแนวรางหรือระบบรถเข็นที่ออกแบบไว้ และเมื่อมีการเบิกสินค้าออก พาเลทที่อยู่ด้านในจะเลื่อนกลับออกมาด้านหน้าโดยอัตโนมัติ ทำให้สามารถหยิบสินค้าได้จากด้านหน้าเพียงด้านเดียวอย่างต่อเนื่อง
| ข้อดีของระบบรางเลื่อน | เหมาะกับคลังแบบไหน? |
| โครงสร้างไม่ซับซ้อนเคลื่อนที่นุ่มนวล ควบคุมทิศทางได้ดีเหมาะกับพาเลทที่มีขนาดและน้ำหนักใกล้เคียงดูแลรักษาง่าย | คลังที่จัดเก็บสินค้าล็อตใหญ่สินค้าที่ไม่มีวันหมดอายุคลังที่ต้องการลดการเข้า–ออกของรถยกในแร็คการใช้งานทั่วไปที่ไม่ต้องการระบบซับซ้อนมาก |
ระบบที่ 2: Push Back Rack แบบรถเข็น (Cart System)

ระบบรถเข็นจะใช้ โครงรถเข็นซ้อนกันหลายระดับ แทนรางเลื่อน โดยแต่ละพาเลทจะวางอยู่บนรถเข็นของตัวเอง
โดยหลักการทำงาน คือ เมื่อมีการจัดเก็บสินค้า พาเลทใหม่จะถูกวางลงบนรถเข็นด้านหน้าสุด จากนั้นน้ำหนักของพาเลทจะดันให้รถเข็นทั้งชุดเลื่อนถอยหลังเข้าไปด้านในเป็นลำดับตามรางที่ออกแบบไว้ เมื่อมีการเบิกสินค้าออก พาเลทด้านหน้าจะถูกยกออกก่อน และรถเข็นที่อยู่ด้านในจะเลื่อนกลับมาด้านหน้าโดยอัตโนมัติ ทำให้หยิบพาเลทถัดไปได้ทันที
ดังนั้น ระบบรถเข็นไม่ให้พาเลทเลื่อนบนลูกกลิ้ง แต่แยกวางบนรถเข็นแต่ละตัว จึงรับน้ำหนักได้ดี เหมาะกับสินค้าหนักและต้องการความมั่นคงสูง
| ข้อดีของระบบรถเข็น | เหมาะกับคลังแบบไหน? |
| รองรับน้ำหนักพาเลทได้สูงกว่าเหมาะกับพาเลทที่มีน้ำหนักต่างกันเล็กน้อยโครงสร้างแข็งแรง เหมาะกับงานหนักลดแรงกระแทกระหว่างพาเลทได้ดี | คลังอุตสาหกรรมหนักสินค้าที่มีน้ำหนักมากคลังที่ต้องการความทนทานสูงการใช้งานต่อเนื่องและหนักตลอดวัน |
ควรเลือก Push Back Rack แบบไหนดี?
คำตอบคือ ไม่มีแบบไหนดีที่สุดสำหรับทุกคลัง แต่มีแบบที่ “เหมาะที่สุด” สำหรับการใช้งานของคุณ แนะนำว่าลองถามตัวเองง่ายๆว่า
- พาเลทหนักแค่ไหน?
- น้ำหนักแต่ละพาเลทใกล้เคียงกันหรือไม่?
- ใช้งานหนักต่อเนื่องทั้งวันหรือไม่?
- ต้องการระบบเรียบง่าย หรือเน้นความทนทานสูง?
คำถามเหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้นว่าควรเลือกpush back rackระบบไหนค่ะ
TTC Logistics ออกแบบด้วยประสบการณ์ ใช้งานด้วยความมั่นใจ
Push Back Rack เป็นระบบชั้นวางที่ช่วยเพิ่มความจุ ลดความเสี่ยงจากการชน และเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานของคลังได้อย่างชัดเจน แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใช้งาน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจความแตกต่างระหว่าง ระบบรางเลื่อน และ ระบบรถเข็น ให้เหมาะกับลักษณะสินค้า น้ำหนักพาเลท และรูปแบบการทำงานของคลัง
ถ้าเลือกได้ตรงตั้งแต่แรก ระบบจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ใช้งานได้ยาว ไม่ต้องแก้ไขหรือรื้อเปลี่ยนภายหลัง ช่วยประหยัดทั้งเวลาและงบประมาณในระยะยาวค่ะสำหรับใครที่กำลังมองหาระบบ push back racking ที่ได้มาตรฐาน TTC Logistics พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบให้เหมาะกับการใช้งานจริงของแต่ละคลัง โดยระบบ push back racking ของเรามาพร้อม การรับประกันยาวนานถึง 5 ปี ผลิตจากวัสดุคุณภาพสูง แข็งแรง ทนทาน และปลอดภัย เหมาะสำหรับคลังสินค้าและโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบจัดเก็บที่เชื่อถือได้
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่
บริษัท ที.ที.ซี.โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 23/321 หมู่ 7 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150
โทร: 0-2998-7091-2
Email: sale@ttcthai.com
เวลาทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ 08:00–17:00 น. และ วันเสาร์ 09:00–16:00 น.