หลายๆ คนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ VNA Racking หรืออาจจะเคยได้ยินผ่านๆ แต่ยังไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร และต่างจากชั้นวางพาเลททั่วไปยังไง จริงๆแล้วระบบนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในโซลูชันที่ “ฉลาดมาก” เลยค่ะ สำหรับคลังสินค้ายุคใหม่ เพราะมันเกิดมาเพื่อช่วยให้เราใช้พื้นที่ได้คุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่แนวสูงที่หลายคลังยังใช้ไม่เต็มประสิทธิภาพTTC Logistics เลยอยากพามาทำความเข้าใจว่า VNA Racking คืออะไร มีความพิเศษตรงไหน และเหมาะกับคลังแบบไหนบ้างค่ะ

VNA Racking คืออะไร?

VNA Racking ย่อมาจาก Very Narrow Aisle Racking หรือระบบชั้นวางที่ออกแบบมาให้ “ช่องทางเดินแคบเป็นพิเศษ” จุดเด่นคือการลดความกว้างของทางเดินระหว่างแถวชั้นวางให้แคบลงมากกว่าระบบทั่วไป เพื่อเพิ่มจำนวนแถวจัดเก็บสินค้าให้ได้มากขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ปกติถ้าใช้ Selective Rack ทั่วไป เราต้องเผื่อทางเดินรถยกค่อนข้างกว้าง แต่ VNA Racking จะใช้รถยกเฉพาะทางที่สามารถทำงานในช่องแคบได้ ทำให้เราสามารถเพิ่มแถวชั้นวางเข้าไปอีกหลายแถวในพื้นที่เท่าเดิม

ผลลัพธ์คือ พื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยไม่ต้องขยายอาคารค่ะ

จุดเด่นของ VNA Racking

1. ใช้พื้นที่แนวสูงได้เต็มประสิทธิภาพ

หนึ่งในข้อดีที่ชัดที่สุดของvna racking คือการออกแบบให้รองรับความสูงมากกว่าระบบทั่วไป บางคลังที่มีเพดานสูง 10–15 เมตร แต่ใช้ได้แค่ครึ่งเดียว ระบบนี้จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพพื้นที่แนวตั้งออกมาใช้ได้เต็มที่ แทนที่จะขยายคลังในแนวราบ ซึ่งมีต้นทุนสูงมาก การลงทุนในvna rackingมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาวค่ะ

2. เพิ่มความจุจัดเก็บหลายเท่า

เพราะช่องทางเดินแคบลง ทำให้จำนวนแถวชั้นวางเพิ่มขึ้นได้ในพื้นที่เท่าเดิม บางกรณีสามารถเพิ่มพื้นที่จัดเก็บได้มากกว่า 30–50% เมื่อเทียบกับระบบทั่วไป สำหรับคลังที่พื้นที่เริ่มไม่พอ แต่ยังไม่อยากสร้างโกดังใหม่ vna rackingจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ

3. ยังเข้าถึงทุกพาเลทได้โดยตรง

แม้ว่า vna rackingจะออกแบบให้ช่องทางเดินแคบลงเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บ แต่ยังคงเป็นระบบที่สามารถเข้าถึงพาเลทแต่ละตำแหน่งได้โดยตรง (Direct Access) นั่นก็คือ รถยกสามารถเข้าหยิบหรือจัดเก็บพาเลทที่ต้องการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องย้ายพาเลทอื่นออกก่อน

ลักษณะนี้แตกต่างจากระบบจัดเก็บแบบลึก เช่น Drive-in หรือ Push Back ที่พาเลทจะถูกวางซ้อนลึกเข้าไปด้านใน ทำให้ต้องหยิบตามลำดับเท่านั้น แต่ของ VNA racking จะจัดวางพาเลทแบบเรียงช่องแทนค่ะ เลยมีความยืดหยุ่นสูงในการบริหารสต๊อก

ข้อดีคือสามารถรองรับการจัดการสินค้าได้ทั้งแบบ FIFO (First In, First Out) ซึ่งเหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุ หรือแบบ LIFO (Last In, First Out) ซึ่งเหมาะกับสินค้าที่ไม่จำเป็นต้องหมุนเวียนตามลำดับเวลา ช่วยให้คลังสามารถควบคุมการเบิกจ่ายสินค้าได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว 

4. เหมาะกับคลังที่มีสินค้าเยอะและหลากหลายถ้าคลังของคุณมี SKU จำนวนมาก และต้องการเข้าถึงแต่ละพาเลทแบบรวดเร็ว vna rackingถือว่าตอบโจทย์ เพราะยังคงความยืดหยุ่นเหมือนชั้นวางแบบ Selective แต่ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่ากว่า

คลังของคุณ เหมาะกับ VNA Racking ไหม?

ระบบ VNA racking จะเหมาะกับคลังลักษณะแบบนี้ เราลองมาดูกันค่ะ

สิ่งสำคัญคือ ระบบนี้ต้องใช้รถยกเฉพาะทาง เช่น VNA Truck หรือ Turret Truck ที่สามารถทำงานในช่องแคบได้ ดังนั้นการวางแผนตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมากค่ะ

ข้อควรรู้ก่อนเลือก VNA Racking

แม้ vna rackingจะเพิ่มพื้นที่ได้มาก แต่ก็ต้องคำนึงถึง

ถ้าวางแผนดีตั้งแต่แรก ระบบจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มความคุ้มค่าในระยะยาวค่ะ

VNA Racking จาก TTC Logistics ทางเลือกที่วางแผนมาเพื่อการใช้งานจริง

การติดตั้งVNA rackingไม่ใช่แค่การเอาชั้นวางมาตั้งเรียงให้สูงขึ้น แต่เป็นการวางระบบทั้งคลังใหม่ให้ทำงานสัมพันธ์กัน ตั้งแต่โครงสร้างชั้นวาง ความสูงอาคาร ความเรียบของพื้น ไปจนถึงการเลือกใช้รถยกเฉพาะทาง ดังนั้นการออกแบบตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมากค่ะ

ที่ TTC Logistics เราออกแบบและผลิตระบบชั้นวางอุตสาหกรรม รวมถึง vna rackingโดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี คำนวณโครงสร้างตามน้ำหนักการใช้งานจริง ไม่ใช้แบบสำเร็จรูปทั่วไป พร้อมผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน

เราดูแลตั้งแต่การสำรวจหน้างาน ออกแบบเลย์เอาต์ วางแผนการใช้รถยก จนถึงการติดตั้งและตรวจสอบความปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่ได้เหมาะกับคลังของคุณจริงๆ

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

บริษัท ที.ที.ซี.โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด 23/321 หมู่ 7 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150

โทร: 0-2998-7091-2

Email: sale@ttcthai.com

เวลาทำการ: วันจันทร์–ศุกร์ 08:00–17:00 น. และ วันเสาร์ 09:00–16:00 น.